LEARNING PATH

เส้นทางการโตจากเด็กสายเทคโนโลยีไปสู่ VFX.

ไทม์ไลน์นี้สรุปจุดเปลี่ยนจริงที่อยู่หลังพอร์ต: พื้นฐานเทคโนโลยี, จุดเริ่ม VFX, การฝึก production, การสร้าง Reference Room, AI tools และปี gap year ที่เว้นไว้สำหรับแผนจริง.

01 ก่อนจบ ม.3 ช่วง ม.1-ม.3 1-3 ปีก่อนจุดเริ่มต้น

ITP, Python, Arduino, IoT, Roblox Studio และการได้แตะ 3D/animation ก่อนรู้ตัวว่าจะมาสาย VFX.

02 หลังจบ ม.3 ปิดเทอมก่อนขึ้น ม.4 0-2.5 เดือนหลังเริ่มกลับมาเรียน Blender จริงจัง

หลังจบ ม.3 Blender เริ่มเข้าใจขึ้น แล้ว tutorial ของ Jacob Zirkle ทำให้เห็นทาง VFX ชัดเจน.

03 ม.4 ตั้งแต่ขึ้น ม.4 ถึงก่อนขึ้น ม.5 2.5 เดือน-1 ปีหลังจุดเริ่มหลัก

ม.4 เปลี่ยนจากฝึก 3D อย่างเดียว ไปฝึก edit, production, ACES, camera และ color management.

04 ม.5 ตั้งแต่ขึ้น ม.5 ถึงก่อนขึ้น ม.6 1-2 ปีหลังจุดเริ่มหลัก

ได้ทำหนังสั้นเพิ่ม เจอ constraint จริงเรื่องเวลา เพื่อนไม่ว่าง และ post-production ที่เหลือแค่ไม่กี่วัน.

05 ม.6 ตั้งแต่ขึ้น ม.6 ถึงหลังจบ ม.6 2-3 ปีหลังจุดเริ่มหลัก

ม.6 กลายเป็นช่วง Reference Room, Mickey AI Tools และ VFX Vault เพื่อเพิ่มคุณภาพการเรียนและการ review งาน.

06 Gap Year หลังจบ ม.6 ถึงวันที่ยื่น portfolio BU DNA ตอนปลายปี 3-4 ปีหลังจุดเริ่มหลัก

ปีผลิตผลงานที่มุ่งสร้าง VFX ระดับ showreel พัฒนาทักษะ Houdini และ Nuke และเตรียม portfolio สำหรับยื่นมหาวิทยาลัย.

PHASE 01

ช่วง ม.1-ม.3 1-3 ปีก่อนจุดเริ่มต้น

ก่อนจบ ม.3: จุดเริ่มจาก technology ก่อนจะชัดว่าอยากทำ VFX.

ช่วง ม.1-ม.3 ผมเรียนในคณะ ITP (Innovation and Technology Program) เกี่ยวกับการเขียนโปรแกรม เช่น basic Python, Arduino และ IoT ทำให้คุ้นกับเทคโนโลยีตั้งแต่ก่อนเข้าสาย VFX จริงจัง.

ผมเคยทำ project IS ที่เกี่ยวกับ 3D และ animation แต่ตอนนั้นยังไม่ได้เรียน Blender จึงใช้ Roblox Studio และเคยทำ animation ด้วย plugin อย่าง Moon Animator. ผมลองเรียน Blender ช่วง ม.2 แล้ว แต่มันยากเกินไปสำหรับตอนนั้น บวกกับติดเกม จึงหยุดไปก่อน.

PHASE 02

ปิดเทอมก่อนขึ้น ม.4 0-2.5 เดือนหลังเริ่มกลับมาเรียน Blender จริงจัง

หลังจบ ม.3: Blender เริ่มติดมือ แล้ว VFX กลายเป็นทิศทางหลัก.

หลังจบ ม.3 ผมกลับมาเรียน Blender อีกครั้ง และครั้งนี้ผมเริ่มชอบจริงๆ ช่วงปิดเทอม 2.5 เดือน ก่อนขึ้น ม.4 ผมเรียนหนักมาก แล้ว YouTube algorithm ก็แนะนำคลิป VFX ใน Blender ของ Jacob Zirkle.

พอผมลองเอา monkey head model จาก Blender ไปใส่ใน footage ได้สำเร็จ ผมรู้สึกทันทีว่า อยากเอาดีด้าน VFX และเริ่มมุ่งฝึกไปทางนี้อย่างจริงจัง.

งานที่เกี่ยวข้อง ดูบน YouTube: My first VFX

PHASE 03

ตั้งแต่ขึ้น ม.4 ถึงก่อนขึ้น ม.5 2.5 เดือน-1 ปีหลังจุดเริ่มหลัก

ม.4: จากเด็ก logic-only ไปสู่การฝึก production และภาพจริง.

ช่วง ม.4 ผมเรียนสายวิทยาศาสตร์-วิศวะ และฝึกหลังเลิกเรียนแทบทุกวัน แต่เจอคอขวดสำคัญ: ผมเป็นเด็กวิทย์-คณิตที่คิดแบบ logic มาก แต่ยังไม่มี sense ด้าน art และคิด shot ไม่ออก.

ตอนนั้นผมยังทำแม้แต่ edit cut ชน cut ง่ายๆ ได้ไม่ดี จึงลดการฝึก 3D ลงเพื่อไปเรียน editing และ production thinking ผ่าน DaVinci Resolve free version. ช่วงปิดเทอมสั้นหลังเทอม 1 ผมได้รู้จัก ACES workflow จึงขอแม่ซื้อ BMPCC4K เพราะมันเป็นกล้อง cinema คุณภาพสูง, manual, เหมาะกับการฝึก และมาพร้อม DaVinci Resolve Studio license.

การมีกล้องทำให้ผมเริ่มฝึก production จริง และผมยังเรียน color page ของ DaVinci เพื่อเข้าใจ color management มากขึ้น. เทอม 2 ผมทำหนังสั้นวิชาภาษาไทย คุมเพื่อนประมาณ 20 คน ใช้ softbox จัดแสงเบื้องต้น แม้งานยังไม่ดีมาก แต่เป็นประสบการณ์ production ที่มีค่ามาก.

งานที่เกี่ยวข้อง ดูบน YouTube: หนังสั้น ม.4

PHASE 04

ตั้งแต่ขึ้น ม.5 ถึงก่อนขึ้น ม.6 1-2 ปีหลังจุดเริ่มหลัก

ม.5: หนังสั้นภายใต้เวลาและข้อจำกัดจริง.

ช่วง ม.5 ผมไม่ได้มี milestone ใหม่ด้าน software มากนัก แต่ได้ทำหนังสั้นอีก 2 เรื่อง ปัญหาหลักคือ เพื่อนไม่ว่าง ครูให้เวลาแค่ประมาณหนึ่งเดือน และมาตรฐานส่วนตัวของผมสูงมาก.

กว่าจะถ่ายเสร็จ ผมเหลือเวลาตัดต่อแค่ประมาณ 2 วัน ทำให้งานออกมาไม่ดีเท่าที่อยากได้ และทำได้แค่ edit, sound, color grading. อีกเรื่องอัป YouTube ไม่ได้เพราะติดชื่อชุดนักเรียน แต่เรื่องที่ลงได้ ผมรู้ปัญหาแล้วจึงปิดเทปบนเสื้อไว้ตั้งแต่ถ่าย.

ที่ผ่านมาผมยังมีแตะ Blender บ้าง แต่ในที่สุดผมเริ่มเห็น limitation ของ Blender ในสาย FX และการจัดการงาน scale ใหญ่ จึงตัดสินใจย้ายมาฝึก Houdini จริงจังในช่วงปิดเทอมที่กำลังจะถึง.

ช่วงนี้ผมจึงศึกษาและเริ่มเข้าใจมาตรฐานห้องต่างๆ เช่น SMPTE ST 2080-3 Reference Viewing Environment และรู้ว่าแสงในห้องมีผลต่อการปรับตัวของตาและการตัดสินสี ผมเคยเจอปัญหานี้จากการฝึก color grading เองด้วย หลังจบ ม.5 เทอม 1 ในช่วงปิดเทอม หลังจากเรียน Houdini ได้ประมาณ 1 อาทิตย์ พ่อบอกว่าจะให้ห้องส่วนตัวกับผม ก่อนหน้านี้ผมนอนรวมกับพ่อแม่ เมื่อได้โอกาสนี้ ผมจึงขอ renovate ให้เป็น Reference Room ตามมาตรฐานที่ศึกษามา โดยอยากให้แม่นทั้งภาพและเสียง จึง delay การฝึก Houdini ชั่วคราวเพื่อไปศึกษาเรื่องการสร้าง studio: sound isolation, acoustics, HVAC, electric, Home Assistant, smart home และอุปกรณ์ที่จะใช้ เช่นไฟ D65 CRI 95+ รวมถึงออกแบบใน 3D ด้วย Blender และสรุปทุกอย่างเสร็จก่อนขึ้น ม.6 พอดี ก่อนเริ่มก่อสร้างจริงภายหลัง.

งานที่เกี่ยวข้อง ดูบน YouTube: หนังสั้น ม.5

PHASE 05

ตั้งแต่ขึ้น ม.6 ถึงหลังจบ ม.6 2-3 ปีหลังจุดเริ่มหลัก

ม.6: Houdini, Reference Room, AI Tools และ VFX Vault.

เมื่อขึ้น ม.6 พ่อผมก็เริ่มก่อสร้างห้อง โดยค่อยๆ ทำเอง ไม่ได้จ้างช่าง และคาดว่าจะสร้างเสร็จปีหน้าคือตอนที่ผมจบ ม.6 ระหว่างนั้นผมก็กลับไปฝึกตามเดิม.

ก่อนหน้านั้นผมเริ่มตาม AI ไม่ทัน จึงไปศึกษาเพราะกลัวตกยุคถ้าใช้เครื่องมืออย่าง Claude Code หรือ Codex ไม่เป็น จึงสร้าง Mickey AI Tools เป็น app ส่วนตัวที่รวมระบบช่วยทำงานไว้ที่เดียว. ต่อมาผมเห็นว่า VFX School ปิดกิจการและแจก course Houdini รวม 122 ชั่วโมงฟรี มูลค่ารวม 100k กว่าบาท ผมจึงโหลดมาและให้ AI สร้าง local web VFX Vault เพื่อทำให้ course ที่อยู่ใน folder ดูเรียนง่ายเหมือนเว็บเรียนจริง มี progress tracking และน่าเรียนกว่าการเปิด folder ตรงๆ.

จากนั้นผมก็ฝึกหลังเลิกเรียนทุกวัน แต่ด้วยความที่เรียนมาเหนื่อยมาก สมองจึงรับ Houdini ไม่ไหว ผมเลยไป focus กับ Nuke สำหรับ compositing ที่ฝึกได้เร็วกว่าแทนไปก่อน.

หลังจากจบ ม.6 เทอม 1 ผมปิดเทอมและเริ่มกลับมาฝึก Houdini จาก course ที่โหลดมาก่อนหน้านี้ พอเปิดเทอมก็ฝึก Houdini กับ Nuke ทำ mini project ไปเรื่อยๆ จนจบ ม.6.

งานที่เกี่ยวข้อง เปิดเคส Reference Room

PHASE 06

หลังจบ ม.6 ถึงวันที่ยื่น portfolio BU DNA ตอนปลายปี 3-4 ปีหลังจุดเริ่มหลัก

Gap Year: ปีฝึกเต็มเวลาใน Reference Room.

เมื่อจบ ม.6 ในที่สุดห้อง Reference Room ก็สร้างเสร็จ และเหตุผลที่ผม gap year ไม่เข้ามหาลัยทันทีเป็นเรื่องที่ผมคิดและคุยกับที่บ้านมาแล้ว. สาเหตุคือผมยังไม่พอใจความสามารถของตัวเองและยังไม่ถึงเป้าที่ตั้งไว้ รวมถึงยังมีเรื่องที่อยากเรียนให้ลึกขึ้น เช่น deep VEX code ใน Houdini ซึ่งถ้าทำนานๆ ครั้งก็คงลืมแน่.

ผมจึงตัดสินใจให้ gap year เป็นปีฝึกจริงจังไปเลย ปีนี้คือการฝึกแบบต่อเนื่องในห้องไร้หน้าต่างสุดล้ำแบบลืมฟ้าดิน และทำ showreel ที่แข็งแรงให้ทันก่อนถึงรอบยื่นทุน BU DNA ในปี 71.

งานที่เกี่ยวข้อง เปิดเคส Reference Room